ลงชื่อเข้าใช้ในฐานะ:
filler@godaddy.com
ลงชื่อเข้าใช้ในฐานะ:
filler@godaddy.com
1.แพทย์ใช้สิทธิเลือกตั้งกันน้อย ประมาณ 20 กว่าเปอร์เซนต์ ซึ่งถือว่า ขาดการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง
2. ความล้มเหลวตลอดมา จากแพทย์ที่อยู่ในภาคส่วนของภูมิภาค ในการจัดคณะผู้สมัครลงสมัคร ทั้งๆ ที่เป็นผู้ปฏิบัติงานที่แท้จริงในทั่วทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น แพทย์ รพศ. รพท. รพช. โรงเรียนแพทย์ในภูมิภาค งานบริการในภูมิภาค ซึ่งน่าจะเรียกได้ว่า เป็นแพทย์เกิน 80% ที่อยู่ในส่วนนี้ รวมไปถึงภาคส่วนเล็กๆ เช่น งานวิจัยในภูมิภาค งา่นสาธารณสุขเขตเมือง เขตชนบท แพทย์ทหาร แพทย์ในแนวตะเข็บชายแดน ที่มีคนต่างด้าวจำนวนมาก จนเรียกได้ว่า ไม่มีทางที่จะได้ภาคส่วน ที่รวมๆ กันแล้ว มีความครอบคลุมมากกว่า แพทย์ส่วนกลาง เข้าสู่ การเป็นตัวแทนของแพทย์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งถือว่า ขาดการมีส่วนร่วมในการลงสมัครรับเลือกตั้ง
ในระบบ Individual List การเลือกตั้งจะมุ่งเน้นไปที่การเลือกผู้สมัครบุคคล ซึ่งสมาชิกแพทยสภาจะต้องลงคะแนนให้กับบุคคลที่ตนเห็นว่าเหมาะสมที่สุด
ข้อดีของระบบ Individual List
1.ให้ความสำคัญกับบุคคล (Individualism): การเลือกตั้งจะมุ่งเน้นไปที่คุณสมบัติและประสบการณ์ของผู้สมัครแต่ละคน แพทย์สามารถเลือกผู้สมัครที่ตนเชื่อว่ามีความสามารถในการทำงานและเป็นตัวแทนที่ดี และเป็น Regulator ที่ดีได้ นี่คือ ข้อดีข้อเดียวของ Individual List ในบริบทของไทย อาจกล่าวได้ว่า ผู้นิยมความคิดแบบ ปัจเจกชนนิยม (Individualism) จะยังต้องการให้เลือกในระบบนี้ต่อไป จึงมีกลุ่มคนที่แน่นอนประมาณ 20+% ของแพทย์ทั่วประเทศ ที่ยังคงมาลงคะแนนเลือกตั้ง
2. ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตัวแทน: เนื่องจากเลือกบุคคล แพทย์จะมีความรู้สึกว่าผู้นั้นเป็นผู้แทนโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เกิดความสนใจและการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งมากขึ้นในเฉพาะ Voter ขาประจำส่นหนึ่ง ซึ่งเห็นได้ว่า ผู้สมัครทุกคน ก็มี Voter ที่เป็นแฟนคลับที่ลงคะแนนให้อยู่ประจำเสมอ เลือกทีไร ได้ทุกที
ข้อเสียของระบบ Individual List
1.มีการแข่งขันสูง: ในกรณีที่มีผู้สมัครจำนวนมาก แพทย์อาจรู้สึกท่วมท้นและไม่อยากลงคะแนนเพราะไม่รู้จักผู้สมัครทุกคน
2.เสี่ยงต่อการเลือกตั้งแบบอารมณ์: แพทย์บางคนอาจเลือกผู้สมัครตามความชอบส่วนตัวมากกว่าการพิจารณาความสามารถที่แท้จริง
3.การรณรงค์หาเสียงที่ไม่เท่าเทียม: ผู้สมัครที่มีทุนหรือทรัพยากรมากจะมีโอกาสในการรณรงค์มากกว่า ทำให้บางคนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครที่เหมาะสม
Individual List เหมาะสำหรับองค์กรที่มีสมาชิกไม่มาก: ระบบนี้เหมาะสมกับการเลือกตั้งในองค์กรที่ไม่ใหญ่มาก เพราะสามารถรู้จักตัวบุคคลได้ดี แต่ปัจจุบัน แพทย์ไทย มีจำนวนถึง กว่า 7 หมื่นคน และ จะสูงถึงแสนคน ในอีกไม่นาน ระบบนี่ จะยังคงเหมาะสมอยู่หรือไม่
ในระบบ Party List การเลือกตั้งจะมุ่งเน้นไปที่การเลือกพรรคหรือกลุ่ม มีความเป็น กลุ่มนิยม (Collectivism ) มากขึ้น แพทย์จะลงคะแนนให้กับกลุ่มหรือพรรคที่ตนเห็นว่าเหมาะสม ซึ่งจะมีการจัดสรรที่นั่งตามสัดส่วนคะแนนเสียงของพรรค
ข้อดีของระบบ Party List
1.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากกลุ่มต่าง ๆ: แพทย์สามารถเลือกพรรคหรือกลุ่มที่ตรงกับแนวคิดหรืออุดมการณ์ของตน ซึ่งสามารถเพิ่มความสนใจและการมีส่วนร่วมจากกลุ่มต่าง ๆ เช่น แพทย์ชนบท, แพทย์รุ่นใหม่ หรือกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ แพทย์ในแนวตะเข็บชายแดน แพทย์โรงเรียนแพทย์ภูมิภาค แพทย์ทหาร ฯลฯ
2.ลดความยุ่งยากในการเลือกผู้สมัครจำนวนมาก: แพทย์ไม่จำเป็นต้องเลือกบุคคลมากมาย แต่สามารถเลือกพรรคหรือกลุ่มที่มีนโยบายตรงกับความต้องการ นั่นคือ ใช้ระบบ One Man One Vote for a Team
3.กระตุ้นการมีส่วนร่วม: การเลือกพรรคหรือกลุ่มอาจทำให้แพทย์รู้สึกว่าตนเองกำลังมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางขององค์กรในรูปแบบที่ง่ายขึ้น
ข้อเสียของระบบ Party List
1.ขาดความใกล้ชิดกับตัวแทน: การเลือกพรรคหรือกลุ่มอาจทำให้แพทย์รู้สึกว่าตนไม่ได้เลือกบุคคลที่เป็นตัวแทนของตนจริง ๆ เพราะไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตัวแทนที่เลือก
2.เสี่ยงต่อการครอบงำจากกลุ่มใหญ่: หากพรรคใหญ่มีอำนาจและทรัพยากรมาก จะทำให้พรรคเล็ก ๆ หรือกลุ่มที่มีเสียงน้อยไม่สามารถเข้ามามีตัวแทนในคณะกรรมการได้
อาจทำให้การรณรงค์หาเสียงกลายเป็นการโหวตให้กับ "พรรค" มากกว่าบุคคลที่มีความสามารถจริง ๆ
---
การเปรียบเทียบความเหมาะสม
เมื่อพิจารณาถึงการกระตุ้นการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งที่ต่ำในประเทศไทย ระบบ Party List อาจเป็นทางเลือกที่มีความเหมาะสมมากกว่าระบบ Individual List ด้วยเหตุผลดังนี้:
1. ความง่ายในการเลือกตั้ง: การเลือกพรรคหรือกลุ่มจะทำให้สมาชิกไม่ต้องศึกษาข้อมูลของผู้สมัครทั้งหมด แค่เลือกกลุ่มที่มีนโยบายตรงกับตนเอง ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการลงคะแนน
2. การมีส่วนร่วมจากกลุ่มต่าง ๆ: ระบบ Party List สามารถเพิ่มโอกาสให้แพทย์จากกลุ่มต่าง ๆ มีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง โดยไม่ต้องพึ่งพากลุ่มใหญ่หรือผู้สมัครที่มีทรัพยากรมาก
3. เพิ่มการมีส่วนร่วมในระดับกลุ่ม: ระบบนี้สามารถกระตุ้นให้แพทย์ที่ไม่ได้สนใจเรื่องการเลือกตั้งเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เพราะการเลือกพรรคหรือกลุ่มเป็นการตัดสินใจที่ตรงไปตรงมาและไม่ซับซ้อนเกินไป
---
ข้อเสนอแนะ
หากจะนำระบบ Party List มาใช้ในประเทศไทย ควรมีการพิจารณาเพิ่มเติมถึงวิธีการทำให้กลุ่มเล็ก ๆ และแพทย์ทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการเลือกตั้งได้อย่างเท่าเทียม เช่น การกำหนดโควตาหรือการมีระบบการเลือกตั้งแบบผสม คือ Party List with Parallel Voting เพื่อเพิ่มความหลากหลายและความเป็นธรรมในตัวแทนของคณะกรรมการแพทยสภา ซึ่งเป็นการผสมผสานจุดแข็งของทั้ง 2 ระบบ
ตัวอย่าง Party List with Parallel Voting (ระบบผสม)
เลือก 1 หมายเลข Party List กับ 5 -15 หมายเลขของ Individual list (กรณีเป็น Party List with Parallel Voting) การเลือกรายบุคคลเท่าจำนวนโควต้าที่แพทยสภากำหนดไว้ในครั้งนั้น ขึ้นกับมติแพทยสภาว่าจะให้สัดส่วนของ จำนวนกรรมการจากทีม :รายบุคคล มีเท่าไหร่ เช่น 30:5 หรือ 20:15 เช่น กรณี สัดส่วน ทีม : บุคคล เป็น 30:5 ก็กาเพียง 1 หมายเลขทีม + 5 หมายเลขบุคคล
เราาใช้คุกกี้ในการวิเคราะห์การเข้าชมเว็บไซต์และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดีขึ้น เมื่อยอมรับการใช้งานคุกกี้ของเรา เราจะรวบรวมข้อมูลของคุณกับข้อมูลผู้ใช้อื่นๆ ทั้งหมด